สื่อสิ่งพิมพ์

หน้าแรก / สื่อสิ่งพิมพ์

เลือกตั้งเมียนมา ๒๕๖๓ หนังคนละม้วน

เมียนมากำลังจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๓๗ ล้านคน และพรรคการเมืองประมาณ ๙๗ พรรค ที่ยื่นจดทะเบียนต่อ UEC (Union Election Commission) แม้จะเป็นประเด็นเห็นต่างในหมู่พรรคการเมืองจากสถานการณ์การระบาดของ โควิด-๑๙ ซึ่งพรรคเล็กๆ มองว่า โรคระบาดจะทำให้มีผู้มาเลือกตั้งน้อย และการชุมนุมที่ถูกจำกัดไม่เกิน ๕ คน เพื่อควบคุมโรค อาจทำให้การเลือกตั้งไม่ยุติธรรม เพราะพรรคใหญ่ๆ เช่น NLD (National League for Democracy) ในฐานะรัฐบาลมีโอกาสเหนือพรรคเล็ก จากคะแนนเสียงในการช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับพิษ โควิด-๑๙  ขณะที่พรรคอื่นทำไม่ได้ และการที่พรรคใหญ่มีทรัพยากรมากกว่าพรรคเล็ก ทำให้การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งผ่านโซเชียลมีเดียมีความได้เปรียบกว่า

นอกจากนี้ความขัดแย้งในพื้นที่รัฐยะไข่และรัฐชินที่กำลังสู้รบกันระหว่างกองทัพเมียนมากับกองทัพอาระกันทำให้เกรงว่าจะมีปัญหากับการเลือกตั้งนอกจากจะหยุดยิงเสียก่อน มิเช่นนั้นอาจเหมือนการเลือกตั้งใน พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่หลายเขต ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชาติพันธุ์ ถูกยกเลิกการเลือกตั้ง เพราะกองทัพและ UEC เห็นว่าไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นการจำกัดโอกาสของพรรคชาติพันธุ์

หลังชัยชนะอย่างถล่มทลายของ  NLD ในการเลือกตั้งพ.ศ. ๒๕๕๘ ด้วยการชูนโยบายปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ยุติความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ และพัฒนาเศรษฐกิจ แต่เกือบ ๕ ปี ที่รัฐบาลพลเรือนของอองซาน ซูจี “ดอว์  ซู” ในฐานะ “ที่ปรึกษาของรัฐ” และรัฐมนตรีต่างประเทศ  ต้องเผชิญปัญหาที่เป็นความท้าทายเชิงโครงสร้าง เฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นอุปสรรคต่อการการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย ที่ให้อำนาจกองทัพแต่งตั้งรัฐมนตรีกระทรวงด้านความมั่นคง ได้แก่ กลาโหม,มหาดไทย และกิจการชายแดน โดยสงวนโควตา ๑ ใน ๔ ของที่นั่งในสภาให้กองทัพ เป็นผลให้กองทัพมีอำนาจยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำให้กระบวนการปฏิรูปแทบเป็นไปไม่ได้ แม้จะมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขต้องได้รับเสียงสนับสนุนเกิน ๓  ใน ๔ ของสภา

.           NLD ยังล้มเหลวในการสร้างสันติภาพ และแก้ไขความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ ทั้งปัญหาในรัฐยะไข่, รัฐคะฉิ่น และพื้นที่ชาติพันธุ์อื่่นๆ แม้จะมีการประชุมสันติภาพปางโหลงแห่งศตวรรษที่ ๒๑ หลายครั้ง ก็ไม่มีผลต่อการหยุดความรุนแรงจากการสู้รบ หรือยุติความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ได้ รวมถึงการหยุดชะงักของกระบวนการสร้างสันติภาพ แม้จะมีความหวังจากการเจรจาหยุดยิง แต่กองทัพกลับปฏิเสธข้อเรียกร้องให้มีการหยุดยิง กับกองทัพอาระกันระหว่างการระบาดของโควิด-๑๙ โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลเคยประกาศสงบศึกชั่วคราวก่อนหน้านี้ แต่ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบไม่สนใจ ตลอดจนการตั้งชื่อสะพานอองซาน ในรัฐมอญ และการสร้างรูปปั้นอองซาน ในรัฐกะยา ซึ่งกลุ่มชาติพันธุ์มองว่าเป็นสัญลักษณ์การปกครองของคนเชื้อสายพม่า (Burmese) ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง NLD กับกลุ่มชาติพันธุ์ และพรรคชาติพันธุ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเลวร้ายลง และถือเป็นความผิดพลาดทางการเมืองครั้งใหญ่ที่อาจทำร้ายพรรคซูจี และสูญเสียการสนับสนุนจากกลุ่มชาติพันธ์ุ นอกจากนี้ ปัญหาโรฮิงญาที่อยู่ในการพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice : ICJ)  กำลังถูกสหภาพยุโรปพิจารณาคว่ำบาตรทางการค้า อาจกระทบต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอและแรงงานหลายแสนคนในร่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานเสียงของ NLD ไม่นับรวมความล้มเหลวในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยเฉพาะการลงทุนต่างประเทศ (FDI) ที่เติบโตต่ำสุดนับตั้งแต่เปิดประเทศ

แม้  NLD จะมีผลงานก้าวหน้าในการต่อสู้กับคอรัปชั่น การปฏิรูปการศึกษา และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ผลการเลือกตั้งซ่อม พ.ศ.  ๒๕๖๑ ชี้ชะตาว่า  NLD  กำลังสูญเสียความนิยมในรัฐชาติพันธุ์  การที่ USDP (Union Solidarity and Development Party) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับกองทัพ และพรรคชาติพันธุ์ได้เสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาจากความผิดหวังใน NLD แม้ NLD  จะได้คะแนนนิยมจากตัว ซูจี ในพื้นทีเมือง บริเวณภาคกลาง และเขตร่างกุ้ง แต่จำนวนที่นั่งในพื้นที่ชาติพันธุ์ ซึ่งมีมากกว่า ๑ ใน ๔  ของสภาอาจเป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งรัฐบาลของ NLD และต้องไม่ลืมว่าที่นั่งของ NLD ในการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๕๘ กว่าร้อยละ ๘๐ มาจากพื้นที่ชาติพันธุ์

USDP  ซึ่งพ่ายการเลือกตั้งใน พ.ศ. ๒๕๕๘ แต่ยังคงเป็นพรรคที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสภา และยังได้ที่นั่งเพิ่มหลายครั้งในการเลือกตั้งซ่อม           พ.ศ. ๒๕๖๐ และ ๒๕๖๑ การที่ USDP ชนะเลือกตั้งในพื้นที่ชาติพันธุ์ เพราะได้รับการสนับสนุนจากทหาร และครอบครัว รวมถึงกลุ่มนักธุรกิจ การชูนโยบายปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์บางส่วนเลือกพรรคนี้ โดย USDP คาดหวังว่าจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงพยายามสร้างพันธมิตรกับกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ภาพลักษณ์ที่สัมพันธ์ใกล้ชิดกับทัดมาดอว์ ทำให้ยากที่จะได้รับเลือกในหลายพื้นที่ แต่คาดว่า USDP จะได้ที่นั่งมากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

หลังความล้มเหลวของพรรคชาติพันธุ์ในการเลือกตั้งพ.ศ. ๒๕๕๘ และความผิดหวังต่อ NLD ทำให้พรรคชาติพันธุ์รวมตัวเป็นพันธมิตรการเมืองภายใต้ร่มธงเดียวกัน เช่น KSPP (Kachin State People’s Party) เป็นการรวมกันของ ๓ พรรค ในรัฐคะฉิ่น ที่ไม่ต้องการแข่งขันกันเอง  ซึ่งสร้างความท้าทายต่อ NLD และแนวคิดคล้ายๆกัน กำลังปรากฏในรัฐมอญ, รัฐกะเหรี่ยง และรัฐกะยา โดยเฉพาะรัฐฉาน และรัฐยะไข่ ที่กลุ่มชาติพันธุ์มีความแข็งแกร่งเช่นรัฐยะไข่ซึ่ง ANP (Arakan National Party ) เป็นพรรคชาติพันธุ์ที่ได้ที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้งพ.ศ. ๒๕๕๘ และเป็นรัฐที่ NLD แพ้ แต่คนของ ANP กลับไม่ได้รับตำแหน่งบริหารในรัฐยะไข่ สร้างความไม่พอใจจากคนในพื้นที่ต่อ NLD ขณะที่ในพื้นที่อื่นๆนั้นกลุ่มชาติพันธุ์ยังมีอิทธิพลจำกัด

แม้ประวัติศาสตร์การเมืองของเมียนมา พรรคใหญ่จะได้รับความนิยมมากกว่าพรรคเล็กและผู้สมัครอิสระ แต่ NLD อาจพบกับวิบากกรรมจากการที่สมาชิกพรรคที่มีคะแนนนิยมสูงบางคนอาจลงสมัครอิสระ รวมทั้งการตั้งพรรคใหม่ของนักการเมือง เช่น  UBP  (Union Betterment Party) โดย ฉ่วย มาน อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือ People’s Party โดย โก โก จีอดีตแกนนำคนรุ่น ๘๘ รวมทั้งการรวมตัวเป็นพันธมิตรของพรรคเล็กๆ เช่น United Political Parties Alliance (UPPA) เป็นกลุ่มที่ ๔ ของเมียนมา ต่อจาก UNA (United Nationalities Alliance ). NBF (Nationalities Brotherhood Federation) และ Federal Democracy Alliance (FDA) ซึ่งอาจทำให้ NLD เสียที่นั่งไปไม่น้อย และจะชนะมากพอจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ หากทำไม่ได้  NLD คงต้องเจรจาต่อรองกับพรรคอื่นๆเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม

การเลือกตั้ง พ.ศ.๒๕๖๓ แตกต่างกับพ.ศ. ๒๕๓๓ และ ๒๕๕๘ เพราะทั้งสองครั้งเป็นการลงประชามติโดยพฤตินัยในการคัดค้านการปกครองของกองทัพหรือทัดมาดอว์ มากกว่าจะเป็นการแข่งขันในระบอบประชาธิปไตย โดยมี ซูจี และ NLD เป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลงและความหวังเพื่ออนาคตที่ดีกว่าแต่ไม่ใช่ความนิยมใน NLD ความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นต่อ NLD ในพื้นที่ชาติพันธุ์ ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์เปลี่ยนไปสนับสนุนพรรคชาติพันธุ์ เป็นผลให้ NLD ต้องพ่ายแพ้การเลือกตั้งถึง ๔  ครั้ง ในพ. ศ. ๒๕๖๑ ขณะที่พื้นที่ชาติพันธุ์ได้กลายเป็นจุดชี้ขาดการเลือกตั้ง

การเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๓ NLD อาจยังคงได้รับเสียงข้างมากถือเป็นโอกาสแก้ตัวสำหรับจัดการปัญหาการปฏิรูปรัฐธรรมนูญไปจนกระทั่งการจัดการความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ แต่ชัยชนะอย่างถล่มทลายจะไม่เกิดขึ้นอีกการเลือกตั้งครั้งนี้จะก้าวข้ามไปสู่ประชาธิปไตยคุณภาพที่ตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มต่างๆท่ามกลางความหลากหลายของพรรคการเมือง ทำให้การเลือกตั้งกลายเป็นการประนีประนอมในกระบวนการสร้างสันติภาพ แต่เหรียญอีกด้าน การเลือกตั้ง คือ การแข่งขันที่มีทั้ง ชัยชนะ และความพ่ายแพ้ขณะที่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยยังไม่มั่นคงสามารถย้อนกลับไปสู่การปกครองระบบเผด็จการทหารได้ทุกเวลา และรับประกันไม่ได้ว่าการรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีก


อ้างอิงจาก

  • နန့်ခိုင် “SNDP က ၂၀၂၀ ရွေးကောက်ပွဲတွင် လူငယ်နှင့်အမျိုးသမီး ၄၅ ရာခိုင်နှုန်း ဝင်ရောက်ယှဉ်ပြိုင်မည်”
    Mizzima, October 21, 2019.
    http://www.mizzimaburmese.com/article/61765
  • ဇူးဇူ “၂၀၂၀ ရွေးကောက်ပွဲ ပုံမှန်အချိန်တိုင်း ကျင်းပနိုင်မလား”The Irrawaddy, April 30, 2020.
    https://burma.irrawaddy.com/news/2020/04/30/221757.html
  • “သီဟလွင်,၂၀၂၀ ရွေးကောက်ပွဲတွင် မဲရုံများ ထပ်တိုးဖွင့်လှစ်မည်”The Irrawaddy, June 2 , 2020.
    https://burma.irrawaddy.com/news/2020/06/02/223774.html
  • “ရခိုင်မှာ ရွေးကောက်ပွဲကာလ လုံခြုံမှုရှိနိုင်မလား” RFA, June 4, 2020
    https://www.rfa.org/burmese/program_2/election-rakhine-06042020191619.html
  • “ကိုဗစ်ကာလဖြစ်သော်လည်း လာရောက်မဲပေးရန် ရွေးကောက်ပွဲကော်မရှင် တိုက်တွန်း” The Myanmar Times, June 7, 2020
    https://myanmar.mmtimes.com/news/139997.html
  • ၀ဏ္ဏအောင် “ပြင်ဆင်ဆောင်ရွက်နေကြောင်း DPNS ပြေ”
    7 day.news, June 8, 2020
    https://7day.news/detail?id=188309#Politics#Mekong Chula


บทความล่าสุด

ชุมนุมฮ่องกงกับภาษาปริศนา
ชุมนุมฮ่องกงกับภาษาปริศนา

โดย ผศ. ดร.จิรยุทธ์ สินธุพันธ์ุ สถานการณ์การชุมนุมประท้วงของประชาชนคนฮ่องกงนั้นเป็นเรื่องที่น่าจับตามองมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เนื่องด้วยการชุมนุมอันยืดเยื้อและข่าวลือต่างๆ ที่มีมาอย่างไม่ขาดสาย ทำให้การชุมนุมนี้สร้างผลกระทบในวงกว้าง สถานการณ์การชุมนุมนี้มีสาเหตุมาจากการต่อต้านร่างกฏหมายส่งตัวผ

ผศ. ดร.จิรยุทธ์ สินธุพันธ์ุ
2563
กระแสเอเชีย
ใต้เงากะอ์บะฮ์: ศาสนา ชาติ และอัตลักษณ์อินโดนีเซีย
ใต้เงากะอ์บะฮ์: ศาสนา ชาติ และอัตลักษณ์อินโดนีเซีย

โดย ผศ. ดร.จิรยุทธ์ สินธุพันธ์ุ Di Bawah Lindungan Ka’bah หรือ ภายใต้การปกป้องของกะอ์บะฮ์ เป็นนวนิยายของ ศาสตราจารย์ ดร. ฮัจยี อับดุล มาลิก บิน ดร. ซายิก ฮัจยี อับดุล คารีม อัมรุลลา หรือ ฮามก้า (Hamka) นักคิดนักเขียนชาวอินโดนีเซียเชื้อสายมินังกะเบา จากเกาะสุมาตรา ที่ชาวอินโดนีเซียเคารพรั

ผศ. ดร.จิรยุทธ์ สินธุพันธ์ุ
2563
กระแสเอเชีย
ไทย-ซาอุดิอาระเบีย: จากสัมพันธ์แตกร้าวสู่ก้าวย่างแห่ง “มิตรภาพใหม่”
ไทย-ซาอุดิอาระเบีย: จากสัมพันธ์แตกร้าวสู่ก้าวย่างแห่ง “มิตรภาพใหม่”

โดย ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบียกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งหลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ณ ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2020 ว่าตนเองได้เดินทางเยือนประเทศบาห์เร

ดร.ศราวุฒิ อารีย์
2563
กระแสเอเชีย
Nyida Parik: การเต้นต้อนรับขบวนเจ้าสาวของชาวกาโล
Nyida Parik: การเต้นต้อนรับขบวนเจ้าสาวของชาวกาโล

โดย ดร.ลักษณ์นัยน์ ทรงเสี่ยงไชย ชายชาวกาโลกำลังฝึกซ้อมการแสดง Nyida Parik ที่ลานหญ้าของหมู่บ้าน ภาพถ่ายโดย ลักษณ์นัยน์ ทรงเสี่ยงไชย เข็มนาฬิกาแสดงเวลาตีห้าเศษ แต่แสงอาทิตย์ได้ส่องเหนือหุบเขาบาซาร์ (Basar) จนสว่างไสวแล้ว เช้าวันนี้ผู้เขียนได้รับการชักชวนให้มาชมการซ้อมเต้น Nyida Parik

ดร.ลักษณ์นัยน์ ทรงเสี่ยงไชย
2563
กระแสเอเชีย
วิเคราะห์เศรษฐกิจ-สังคมจีน “ เทคโนโลยีในยุค 5.0 กับวิถีชีวิตของคนจีนในปัจจุบัน ”
วิเคราะห์เศรษฐกิจ-สังคมจีน “ เทคโนโลยีในยุค 5.0 กับวิถีชีวิตของคนจีนในปัจจุบัน ”

แปลและเรียบเรียงโดย กรองจันทน์  จันทรพาหา (ที่มาภาพ : https://ss0.bdstatic.com/70cFuHSh_Q1YnxGkpoWK1HF6hhy/it/u=2739498971,358910417&fm=26&gp=0.jpg ) ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศจีนมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งในปัจจุบันได้กลายเป็นประเทศทางเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ

ดร.กรองจันทน์ จันทรพาหา
2563
กระแสเอเชีย